แดดบ้านเราร้อนแสบผิวแบบนี้ เลือกครีมกันแดดอย่างไรให้เหมาะกับคุณ

แดดบ้านเราร้อนแสบผิวแบบนี้ มาเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับการใช้งานของคุณกัน

ครีมกันแดด

ในบรรดาครีมกันแดด ต่างก็มี ค่า SPF (Sun Protection Factor) ให้เลือกใช้กันหลากหลาย ซึ่ง SPF นั่นก็คือค่าที่แสดงถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กันแดด ที่จะปกป้องผิวจากรังสี UVB และริ้วรอยที่เกิดขึ้นจากแสงแดด ยิ่งตัวเลขสูง ยิ่งป้องกันได้ดี  แล้วเราจะเลือกแบบไหนให้ เหมาะกับเรามากที่สุด และสบายกระเป๋าเงินที่สุด

มาดูกันว่า SPF เท่าไหร ป้องกันรังสี UVB ได้เท่าไหร

  •     ค่า SPF = 2  จะดูดซับ UVB ได้ 50%
  •     ค่า SPF = 4  จะดูดซับ UVB ได้ 75%
  •     ค่า SPF = 8  จะดูดซับ UVB ได้ 87.5%
  •     ค่า SPF = 15 จะดูดซับ UVB ได้ 93.3%
  •     ค่า SPF = 20 จะดูดซับ UVB ได้ 95%
  •     ค่า SPF = 30 จะดูดซับ UVB ได้ 96.7%
  •     ค่า SPF = 45 จะดูดซับ UVB ได้ 97.8%
  •     ค่า SPF = 50 จะดูดซับ UVB ได้ 98%

แล้วเราจะเลือกค่า SPF เท่าไรดี ให้เหมาะกับการใช้งานที่สุด

  • สำหรับใช้งานในร่ม ค่าที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง SPF 15 – 30 (ถ้าออกแดดเป็นบางครั้ง ก็ 20 – 35)
  • สำหรับใช้งานกลางแจ้ง ค่าที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง SPF 40 – 50

การใช้งานกับความเข้าใจผิดในการทาครีมกันแดด

ในแต่ละยี่ห้อ จะมีข้อแนะนำในการทาครีมกันแดดให้ได้ประสิทธิภาพตามที่ระบุไว้ เช่น ข้างขวดเขียนไว้ว่า SPF 40 โดยกำหนดให้ทาครีม 2 มิลลิกรัม ต่อตารางเซ็นติเมตรบนพื้นผิว ถึงจะป้องกันได้ตามนั้น ซึ่งในวิถีประจำวันของคนไม่ได้ทาหนาขนาดนั้น เพราะมันจะขาววอกไปทั้งหน้า และโดยปกติเราจะทาแค่พอบางๆ ซึ่งนั่นจะทำให้ประสิทธิภาพ การทำงานของครีมกันแดดลดลง  เมื่อเราทาบางๆ มันอาจจะเหลือแค่ 10 หรือแค่ 8 อันนี้ต้องระวัง ทางแก้คือให้ทา ทุกๆ 3 ชั่วโมง หรือแบ่งเป็น 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น

ปัจจัยอื่นๆ ในการเลือกซื้อ

  • นอกจาก SPF แล้วค่าที่สำคัญอีกตัวหนึ่งคือ PA (Protection Grade of UVA) เป็น ค่าที่สำคัญอีกตัวหนึ่งที่แสดงถึงระดับการป้องกันรังสีUVA  ซึ่งเป็นรังสีที่ลงลึกเข้าไปใต้ผิวหนังทำลายคอลลาเจนใต้ผิว สร้างอนุมูลอิสระทำร้ายผิวได้มาก ประสิทธิภาพของการป้องกันจะระบุด้วยเครื่องหมาย + โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ
    PA+ หมายถึงปกป้อง UVA ได้ 4 เท่า
    PA++ ปกป้องได้ 4 – 8 เท่า
    และค่าสูงสุดที่ PA+++ ปกป้องได้มากกว่า 8 เท่า
  • ควรเลือกที่กันน้ำได้       โดยระบุว่า Water Resistant หรือ Water Proof
  • ครีมกันแดดยังมีส่วนผสมที่แตกต่างกัน โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ
    • 1. Physical Sunscreen ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จะใช้สารสะท้อน และกันแสงออกจากผิวหนัง สารที่ใช้มีทั้ง ไททาเนียมไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) สามารถป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี ใช้แล้วไม่ค่อยเกิดอาการแพ้แต่ไม่เป็นที่นิยมเพราะทาแล้วหน้าขาวโพลนไม่เป็นธรรมชาติและเหนียวเหนอะหนะ
    • 2. Chemical Sunscreen เป็นกลุ่มที่ออกฤทธิ๋์ทางเคมี เมื่อทาแล้วจะไปรวมตัวกับผิวหนังชั้นนอกสุดทำให้สามารถดูดซับแสงได้ บางชนิดป้องกันได้ทั้งยูวีเอและบี บางชนิดเฉพาะรังสียูวีบี เช่น PABA ,Salicylate แต่มักมีปัญหาในเรื่องการแพ้ได้

บทสรุป

เมื่อเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับการใช้งานของคุณได้แล้ว ครีมกันแดดทุกตัวไม่ว่าจะ SPF สูงขนาดไหนก็ไม่สามารถปกป้องเราจากแสงแดดในการทาแค่ครั้งเดียว เพราะไม่ว่าการว่ายน้ำ เหงือ การเช็ดผิว ถอดใส่เสื้อผ้า ทุกกิจกรรมนี้สามารถทำให้ครีมกันแดดหลุดออกได้หมด ทางแก้ก็คือทาบ่อยครั้งขึ้น ยิ่งเดี๋ยวนี้อากาศร้อน มีเหงื่อไหลออกมาลบครีมกันแดด แนะนำว่าควรจะทาครีมกันแดดทุกๆ 3 ชั่วโมง หรือทาเช้า เที่ยง และจะดีมากหากได้ทาตอนเย็นด้วย

Advertisements